แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ จมูกทรงหยดน้ำ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ จมูกทรงหยดน้ำ แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2558

ศัลยกรรมจมูกทรงหยดน้ำ


    สวัสดีจ้าสาวๆ ถ้าพูดถึงเรื่อง "ศัลยกรรม" ถ้าเป็นเมื่อ 10-20 ปีที่แล้ว การทำศัลยกรรมนั้นเป็นเรื่องที่ต้องเก็บเป็นความลับเป็นอย่างมาก แล้วยิ่งเป็นดารานักแสดงแล้วด้วยละก็ ยิ่งต้องเก็บเป็นความลับเข้าไปใหญ่ เพราะว่าการทำศัลยกรรมเมื่อสมัยก่อนนั้น ไม่ได้เป็นที่ยอมรับในสังคมเราอย่างเป็นทางการ แต่ถ้ามาเปรียบเทียบกับสมัยนี้ประเทศเราได้เป็นเสรีมากขึ้นผู้คนยอมรับในสิ่งแปลกใหม่มากขึ้น การทำศัลยกรรมนั้นจึงเป็นเรื่องธรรมดากันไปเสียแล้ว  ปัจจุบันใครหลายๆคนคงจะรู้จักกันเป็นอย่างดีอยู่แล้วว่า "การทำศัลยกรรม" คืออะไร แต่วันนี้ทาง bookup.asia ของเราจะนำเสนอการทำศัลยกรรมจมูก ในรูปแบบทรงหยดน้ำ มาให้สาวๆได้ทราบกันนะค่ะ

 
  

การทำศัลยกรรมจมูกทรงหยดน้ำ
     เป็นการเติมหรือเสริมบริเวณปลายจมูกให้ใหญ่ขึ้นนิดหน่อย และทำให้มีรูปทรงคล้ายหยดน้ำ ซึ่งการทำศัลยกรรมรูปแบบนี้คนไทยได้นำมาจาก เกาหลี เพราะได้มี ดาราเกาหลี ทำกันเยอะแล้วออกมาดูสวยดูดี และเป็นที่ นิยมเป็นอย่างมากใน ประเทศเกาหลี และ ประเทศไทย
     โดยการทำศัลยกรรมจมูกหยดน้ำนั้นไม่ได้ว่าจะทำกันได้ทุกคนไป ก่อนที่จะทำศัลยกรรมจมูกทรงหยดน้ำนั้น แพทย์ศัลยกรรม ต้องพิจารณาก่อนว่าคนไข้รายนี้มีจมูกเดิมเหมาะแก่การเสริมจมูกให้เป็นทรงหยดน้ำหรือป่าว


 จมูกแบบไหนถึงจะ ทำศัลยกรรมจมูกทรงหยดน้ำ ได้ ???
    1. ต้องมีขนาดความยาวของจะหมูกที่พอดี
    2. ปลายจมูกต้องมีเนื้อไม่มาก (ไม่ได้เป็นคนจมูกใหญ่)
    3. ปีกจมูกไม่กว้างเกินไป

    4. สำหรับคนที่เคยทำศัลยกรรมจมูกมาก่อน หรือว่า ใส่ซิลิโคลนมาแล้วนั้นต้องให้แพทย์ศัลยกรรมตรวจดูก่อนว่า ยังพอมีเนื้อจมูกเหลืออยู่พอที่จะเติม Filler ที่ปลายจมูกได้อีกหรือไม่ ถ้าหากว่ายังพอมีเนื้อเหลือพอก็จะทำการศัลยกรรมได้
 สารที่ใช้เสริมจมูกทรงหยดน้ำ มีด้วยกัน 2 แบบคือ
    1. แบบชั่วคราว คือ Restylane สามารถอยู่ได้ 6-12 เดือน สารประเภทนี้เหมาะสมกับ คนไหนที่ยังไม่มั่นใจว่าถ้าทำออกมาแล้วจะชอบไหม หรือพวกที่ทดลองทำดูก่อน
    2. แบบถาวร เหมาะสำหรับคนไหนที่มั่นใจแล้วว่าอยากที่จะทำให้จมูกเป็นทรงหยดน้ำแล้วจริงๆและไม่อยากเสียตังหรือเจ็บตัวหลายๆรอบ การทำแบบถาวรนั้นจะเอาสารเติมเต็มออกค่อนข้างยาก และ ต้องเลือกแพทย์ที่เชี่ยวชาญเป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้นต้องทำการตัดสินใจให้ดีๆก่อนที่จะลงมือทำแบบถาวร หากยังไม่มั่นใจ แนะนำว่าให้ทำแบบชั่วคราวไปก่อน
 จะมั่นใจได้แค่ไหนว่าปลอดภัย ? SurprisedSurprised
    สารที่นำมาใช้ทั้ง 2 ชนิดนั้น ได้ผ่านการสำรองจากประเทศผู้ผลิตแล้วว่า สามารถนำไปใช้ทางการแพทย์ได้ และจะไม่เกิดการไหลย้อย ไม่เกิดการแพ้หรือระคายเคืองใดๆ และยังได้การรับรองความปลอดภัยจากแพทย์ผู้ใช้จากทั้งใน ยุโรป และ เกาหลี

การดูแลหลังการทำ ศัลยกรรมจมูกทรงหยดน้ำ
    หลังจากเสริมจมูกคุณสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติ ไม่ต้องพักฟื้นร่างกายแต่อย่างใด คนส่วนมากหลังทำจะไม่สังเกตุเห็นได้เลยว่าตัวเองไปศัลยกรรมมาเพราะจะมีรอยเข็มเล็กๆเท่านั้นคนบางกลุ่มหลังจากทำมานั้นอาจจะมีราย เขียวช้ำเล็กน้อย แต่ไม่ต้องกังวลเพราะสามารถแต่งหน้า ล้างหน้า ได้อย่างปกติ
 คำเตือน !!!
    หลังจากทำศัลยกรรมจมูกมาแล้วนั้นห้ามการกระทบกระเทือนบริเวณจมูกที่รุนแรงอย่างเช่น เดินชนต้นไม้ , หรือมีอะไรมากระแทกที่ใบหน้าแรงๆ เป็นเวลา 1-2 เดือน

ที่มา bookup.asia

วันอาทิตย์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2557

Dentahouse Dental Clinic

Dentahouse Dental Clinic ของเรานั้นเริ่มก่อตั้งตั้งแต่ปี 2543 และมีทั้งหมด 3 สาขาได้แก่ BEDC หรือBangkok Estheticians Dental Center ,บ้านฟันดี 22 เด็นทิสต์แอด 22 และบ้านฟันกล้วยน้ำไท และคลินิกทั้ง3สาขาของเรานั้นมีความยินดีที่ได้มีส่วนในการดูแลรักษาสุขภาพภายในช่องปากของท่านให้มีความแข็งแรง สวยงาม ใช้งานในการบดเคี้ยว และออกเสียงได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงบุคลิกภาพที่ดีขึ้นโดยให้การรักษาตามหลักวิชาการทางทันตแพทยศาสตร์

สถานที่ตั้งของคลินิกเรานั้นมีทั้งหมด 3 ที่ได้แก่
1. สาขาศูนย์ทันตกรรมบางกอกเอสเตติเชี่ยน (BEDC)
ที่อยู่ : ถนนสุขุมวิท ระหว่างซอย 10-12 สามารถจอดรถได้ที่ สุขุมวิทพลาซ่า สุขุมวิท 12 และถ้ามาจากรถไฟฟ้าสถานีอโศก เดินมาประมาณ 200 เมตรอยู่ติดสุขุมวิทพลาซ่า
(ถ้ามาจากรถไฟฟ้าใต้ดิน ออกจากสถานีสุขุมวิท ขึ้นทางออกที่ 3 ) 
โทร : 02-2528652

2. สาขาบ้านฟันดี 22
 เด็นทิสต์แอด 22
ที่อยู่ : ซ.สุขุมวิท 22 ในดิแอดมิรัลสูท เลยโรงแรมอิมพีเรียลควีนสปาร์ค ฝั่งตรงข้ามโรงแรม ก่อนถึงโรงเรียนสายน้ำผึ้ง 
โทร : 02- 2592166 หรือ 02-2592167

3. สาขาบ้านฟันกล้วยน้ำไท
ที่อยู่ : ตั้งอยู่ริมถนนพระราม 4 เลยตึกมาลีนนท์ 300 เมตร ติดธนาคารนครหลวงไทย เยื้องซอย ม. กรุงเทพ
โทร : 02- 6656148 หรือ 02-2592157


เปิดให้บริการ 10.00 - 20.00 น. ทุกวัน

ที่มา : bookup

วันเสาร์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2557

สิ่งที่ควรคำนึงถึงก่อนจัดฟัน

ปัจจุบันจะพบว่ามีการ จัดฟัน เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก จนกลายเป็นแฟชั่นในกลุ่มวัยรุ่น ซึ่งมุ้งเน้นไปทางด้านความสวยงามมากกว่าความจำเป็นในการรักษาทั้งๆ ที่การ จัดฟัน จะทำให้เกิดผลเสียต่าง ๆ คือ มีเศษอาหารติดง่ายทำความสะอาดยาก ทำให้เกิดฟันผุและโรคเงือกได้ อีกทั้งวัสดุที่ใช้ยังไม่ได้มาตรฐาน เพราะฉะนั้นการจัดฟันจึงต้องคำนึงถึงความจำเป็นดังต่อไปนี้

การรักษาทางทันตกรรมจัดฟัน จำแนกได้เป็น 3 กลุ่ม ได้แก่
  1. กลุ่มที่มีความจำเป็นต้องได้รับการรักษา
  2. กลุ่มที่ควรได้รับการรักษา
  3. กลุ่มที่ต้องการได้รับการรักษาเพื่อความสวยงาม

กลุ่มที่มีความจำเป็นต้องได้รับการรักษา
เพื่อแก้ไขโครงสร้างใบหน้าหรือการสบฟันที่ผิดปกติโดยด่วน เพื่อให้ผู้ป่วยมีพัฒนาการของโครงสร้างใบหน้าและขากรรไกร เพื่อให้ผู้ป่วยมีพัฒนาการของโครงสร้างใบหน้าและขากรรไกร ตลอดจนการสบฟันที่ถูกต้อง ได้แก่ ผู้ป่วยที่มีความผิดปกติในลักษณะดังต่อไปนี้
  • โครงสร้างใบหน้าผิดปกติ
  • ในเด็กรักษาโดยการ จัดฟัน
  • ในผู้ใหญ่รักษาโดยการ จัดฟัน ร่วมกับการทำศัลยกรรม
  • ฟันล่างสบคร่อมฟันบน ลักษณะฟันหน้าสบคร่อมฟันหน้าบนคือ ลักษณะที่ฟันหน้าล่างซี่เดียว  เช่น ขากรรไกรบนถูกจำกัดการเจริญเติบโตในขณะที่ขากรรไกรล่างเติบโตได้ ทำให้เกิดลักษณะใบหน้าเว้า และอาจทำให้เกิดความผิดปกติที่ข้อต่อขากรรไกรได้
  • ฟันสบลึก ลักษณะฟันหน้าบนสบคร่อมฟันหน้าล่างมากกว่าปกติ ถ้าไม่ทำการรักษาจะทำให้ขากรรไกรล่างเจริญน้อยกว่าปกติ และเกิดการบาดเจ็บที่เหงือกด้านเพดานของฟันหน้าบน
  • ฟันสบเปิด ลักษณะฟันหน้าบนและล่างเปิดห่างจากกันขณะสบฟัน ถ้าไม่ทำการรักษาอาจทำให้การตัดอาหารมาขาด ออกเสียงไม่ชัดเจน มีลักษณะการกลืนที่ผิดปกติ
  • คางเบี้ยว ขากรรไกรล่างเยงแบนไปจากแนวกลางใบหน้า เนื่องจากตำแหน่งฟันผิดปกติ การสูญเสียฟันน้ำนมไปก่อนกำหนด จะมีผลทำให้กระดูกเบ้าฟันบริเวณนั้นเจริญเติบโตน้อยกว่าปกติ 
 

กลุ่มที่ควรได้รับการรักษา
  • ฟันซ้อนเกมาก คือ การเรียงตัวของฟันในขากรรไกรซ้อนกันไม่เป็นระเบียบในปริมาณมาก 
  • ฟันห่าง คือลักษณะที่ด้านข้างของฟันซี่หนึ่งไม่สัมผัสกับด้านข้างของฟันซี่ที่อยู่ถัดไป ทำให้เกิดช่องห่างระหว่างฟัน ทำให้พูดไม่ชัด เวลาพูดมีน้ำลายกระเด็น เสียบุคลิกภาพ 
  • ฟันยื่นมาก คือลักษณะที่ฟันหน้าบนหรือฟันหน้าล่างยื่นมาทางด้านหน้ามากกว่าปกติ ทำให้ผู้ป่วยมีริมฝีปากอูม หรือริมฝีปากปิดกันไม่มิด ทำให้เสียบุคลิกภาพ
กลุ่มที่ต้องการได้รับการรักษาเพื่อความสวยงาม
ผู้ป่วยอาจมีการสบฟันที่ผิดปกติเพียงเล็กน้อยแต่มีความต้องการให้ฟันเรียงตัวเป็นระเบียบ หรือต้องการให้ใบหน้าสวยงามขึ้น จึงมาขอรับการจัดฟัน ได้แก่
  • ผู้ป่วยที่มีการสบฟันหลังปกติแต่ฟันหน้ายื่นมากกว่าปกติเล็กน้อย ซึ่งไม่ส่งผลกระทบต่อการสบฟันมากนัก แต่ผู้ป่วยต้องการได้รับการจัดฟัน อาจเนื่องมาจาก เพื่อนทักหรือไม่มั่นใจในตัวเอง 
  • ผู้ป่วยที่มีฟันซ้อนเกเล็กน้อย
  • ผู้ป่วยที่มีลักษณะการเรียงตัวของฟันปกติแต่เห็นการ จัดฟัน เป็นเรื่องแฟชั่น ต้องการได้รับการจัดฟันแบบเพื่อน สะอาดจะยากทำให้แหล่งสะสมคราบจุลินทรีย์และหินน้ำลาย รวมทั้งเป็นการสิ้นเปลืองเวลาและค่าใช้จ่ายด้วย

ที่มา : http://bookup.asia/th/article/120